protect copy

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Midnight Black Spells บทที่ 1 The Dark Passover






นานมาแล้วและไกลแสนไกล...
สถานที่แห่งนั้นคืออาณาจักรบาลเธียที่ราวกับดวงดาวริบหรี่ที่สุดบนฟากฟ้าไกล สถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้นของเฟรเดอริค ลาเมนเทีย แผ่นดินงดงามและเงียบสงัดนั้นเป็นความทรงจำ ความรัก และทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าสำหรับพ่อมดอย่างเขา เป็นที่ซึ่งทุกอย่างที่ล้ำค่าราวกับความฝันวัยเยาว์เปราะบางราวกับปีกผีเสื้อสีขาว น่าหวงแหนราวกับความรักและควรค่าแก่การปกป้องรักษาราวกับชีวิตได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน เพื่อที่พ่อมดเฟรเดอริคจะได้ยึดมั่นและโอบกอดเอาไว้ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักมากมาย
และนี่คือความทรงจำราวแก้วเปราะบางที่ทอประกายริบหรี่อยู่ในซอกหลืบลึกที่สุดในหัวใจของพ่อมดผู้นั้น...หลับใหลอยู่อย่างอ่อนโยนทว่าเงียบงัน
เรื่องราวทั้งหมดที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาเริ่มขึ้นในคืนมืดนั้น และแน่นอน...เฟรเดอริคหลงรักคืนมืดไม่น้อยไปกว่าคืนที่มีแสงจันทร์ เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นภายใต้คืนมืดอันยาวนานแห่งเทศกาลปัสกา
ปัสกาเป็นเทศกาลใหญ่ที่เผ่านักเวทย์หรือที่ในภาษาท้องถิ่นของอาณาจักรบาลเธียเรียกว่าเผ่ามาเกียจัดขึ้นทุกปี เทศกาลนี้ในพวกมนุษย์จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงคืนที่ชาวยิวทาเลือดของลูกแกะไว้เหนือบานประตู เพื่อว่าในคืนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าส่งทูตแห่งความตายออกไปตระเวนสังหารคนชั่วร้ายจะผ่านและไว้ชีวิตหน้าบ้านที่ขอบประตูทาด้วยเลือดแดงฉานนั้นไป 
ชาวเผ่ามาเกียอย่างเฟรเดอริคถือเป็นกลุ่มนอกรีต ทำให้พวกเขามักลอกเลียนกฎและพิธีกรรมขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วนำมาบิดเบือน มิใช่เพื่อลบหลู่ทว่าเพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างถ่อมตน เพราะฉะนั้นปัสกาของเผ่ามาเกียเมื่อเปรียบกับของมนุษย์แล้วจึงต่างออกไป
ตลอดมาเหล่าแวมไพร์จะออกตระเวนล่านักเวทย์กินเป็นอาหาร หลายร้อยปีก่อนสองฝ่ายจึงทำสัญญากัน โดยในคืนมืดปีละครั้งนักเวทย์จะชโลมเลือดของสัตว์ดุร้ายไว้บนบานประตูและวางศพของมันไว้เคียงข้าง นับเป็นคืนเดียวในรอบปีที่แวมไพร์ตกลงยอมกินซากศพของสัตว์พวกนั้นแทนการกินนักเวทย์เลือดหวาน
และนั่นล่ะคือความเป็นมาเกีย แม้แต่ในช่วงงานรื่นเริงก็ยังแฝงหลายสิ่งที่มืดหม่นเอาไว้ กระนั้นกลับงดงามไม่ต่างจากงานศิลปะชิ้นเยี่ยมที่ต้องมีทั้งแสงและเงา และหากไม่ลำเอียง...หลายครั้งภาพวาดจะงดงามกว่าหากมีเงามืดหม่นมากกว่าส่วนสว่าง จริงไหม...? ด้วยเหตุนี้เฟรเดอริค ลาเมนเทียถึงได้หลงรักเงื้อมเงาพอๆ กับที่หลงรักแสงที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่สิ เขาอาจรักเงื้อมเงามากกว่าความสว่างด้วยซ้ำไป
   อย่างไรก็ตามจะว่าไปเผ่านักเวทย์แทบไม่ต่างอะไรจากมนุษย์เลย เพราะถึงใช้เวทมนตร์ได้ก็ไม่มีใครเก่งกาจโดดเด่นสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มีมนตร์แค่พอเล่นมายากลหลอกเด็กได้เท่านั้น เช่นใช้มนตร์ต้มน้ำให้เดือด ยกก้อนหินให้ลอย เปลี่ยนกวางเป็นกบหรือไก่ หรือไม่ก็เปลี่ยนสีกระต่าย พวกเขาทำได้เท่านั้นหรืออาจน้อยกว่า
หากทว่าการมีมนตร์เพียงน้อยนิดยิ่งทำให้เฟรเดอริครักและห่วงพี่น้องมาเกียของเขามากอย่างอธิบายไม่ได้ หวงแหนแหนรอยยิ้มเรียบง่ายในความสามัญ และหลายครั้งเขาอยากเป็นแค่นักเวทย์ธรรมดาอย่างพวกนั้นบ้างหากแต่ชะตากรรมของเขาถูกกำหนดให้ต่างไปจากนั้น
ในแสงสลัวของเปลวเทียนเฟรเดอริคนั่งสังสรรค์อยู่กับเพื่อนและพี่น้องนักเวทย์ที่เขาสนิทและคุ้นเคยก็จริง หากทว่าเขาดูโดดเด่นและต่างออกไป แม้แต่เด็กตัวเล็กสุดในเผ่าก็ยังสังเกตเห็น ราวกับองค์พระผู้เป็นเจ้ากำหนดให้เฟรเดอริคเดินไปบนเส้นทางที่แปลกแยกและเดียวดาย
ตั้งแต่เด็กมาแล้วเฟรเดอริคถูกกำหนดให้มีพลังเวทมนตร์ที่แข็งกล้าและโดดเด่นไม่แพ้รูปร่างหน้าตาที่สง่างามไร้ที่ติ ประดับด้วยใบหน้าคมคายเกินจะสร้างได้ด้วยเวทมนตร์ใดๆ ดวงตาสีม่วงเข้มราวอัญมณี แวบแรกที่ได้เห็นก็ชวนให้หลงใหล หากแต่ใครจะรู้ว่าเขาสง่างามและครอบครอบพลังมนตร์โดดเด่นขนาดนั้นด้วยเหตุใด
...และบางทีสิ่งที่มากเกินไปเหล่านั้นอาจต้องแลกกับความชั่วร้ายบางอย่างก็ได้...
จะว่าไปเฟรเดอริคผู้นี้เป็นเหมือนแสงจันทร์และกลดสีรุ้งกลางฟ้ามืดเหงาของเผ่า ทุกคนแม้แต่ปีศาจก็ยังชอบแอบมองรอยยิ้มบางเฉียบของเขาซึ่งน่าหลงใหลและราวกับเป็นยารักษาความเศร้าได้ ถูกต้องแล้ว เฟรเดอริคในวันนั้นยังร่าเริงและโอบล้อมด้วยความหวังเหมือนคนทั่วไป
หากแต่อาจเพราะเขาถูกสร้างขึ้นเป็นตัวแทนความสง่างาม ณ จุดสูงสุดของโลกเวทมนตร์ เขาถึงถูกกำหนดให้พบกับเรื่องราวที่หม่นมืดแห่งค่ำคืนนี้ที่จะพลิกผันทุกสิ่งทุกอย่างตลอดไป
เที่ยงคืนแล้ว ดวงจันทร์เหนือฟากฟ้าบาลเธียฉายแสงนิ่งตาย หลังบานประตูที่ฉาบด้วยเลือดสัตว์ร้ายนักเวทย์กลุ่มใหญ่ยังคงรวมตัวกัน เงียบสนิท ไม่กระดุกกระดิก  บางคนร่างสั่น ทว่าก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะกลัวขนาดนั้นในเมื่อปัสกาแท้จริงแล้วก็คือเทศกาลที่ล้อเล่นกับความตาย
คนเดียวในบ้านที่ไม่กลัวอาจมีแต่เฟรเดอริค และหากเกิดเหตุร้ายเขาจะช่วยเพื่อนและพี่น้องชาวมาเกียได้ แวมไพร์รู้ดีว่าไม่ควรแตะต้องนักเวทย์ตระกูลลาเมนเทีย และการทำเช่นนั้นเท่ากับฆ่าตัวตาย
ทันใดนั้นแว่วเสียงร้องฟังคล้ายสายลมหนาวพัดหวีดหวิว  ตามด้วยแวมไพร์กลุ่มหนึ่งที่เดินทางมาถึงประตูหน้า ทุกตัวดูเหมือนมนุษย์ทุกกระเบียดนิ้วหากแต่งดงามกว่าหลายร้อยเท่า แต่งกายงดงามราวกับถูกเชิญให้เข้าร่วมงานเต้นรำของมหาอาณาจักรอันมั่งคั่ง และการมองเพียงแวบเดียวไม่อาจทำให้ใครคนหนึ่งรู้ได้ว่าพวกเขามาเพื่อสังหาร เสียงร้องของแวมไพร์สาวนั้นอาจหลอกหลอนทว่าก็ไพเราะจนชวนให้เคลิ้มและตกอยู่ในภวังค์ และแน่ทีเดียวผู้ที่ไม่ระวังก็จะหลงตามปีศาจที่แสนเย้ายวนนั้นไปสู่ความตาย
แกรก...
นักเวทย์ในบ้านขนลุกเมื่อได้ยินเสียงเล็บแวมไพร์แหลมยาวขูดบานประตูไม้
กึก
แล้วแวมไพร์สาวสวยก็โผล่ใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มหวานลึกลับเข้ามาทาบหน้าต่าง เสียงหน้าผากสัมผัสกับบานกระจกแผ่วเบา นัยน์ตาสีราวด้านมืดของดวงจันทร์เหน็บหนาวกวาดสำรวจในบ้าน
เหล่านักเวทย์เงียบกริบ กลั้นหายใจ เทียนเล่มสุดท้ายที่ถูกเป่าดับลงก่อนหน้าทำให้เวลานี้บ้านดูมืดสนิทไร้ชีวิต แวมไพร์สาวถอนหายใจแรงอย่างผิดหวังเมื่อมองไม่เห็นอะไร กลิ่นลมหายใจที่ลอยเข้ามาเหมือนน้ำหอมแปลกประหลาดที่ชวนให้มึนเมา แล้วพวกแวมไพร์หนุ่มสาวก็หันไปฉีกทึ้งเนื้อสัตว์ร้ายที่กองอยู่หน้าประตูแทน 
อีกไม่นานปีศาจกระหายเลือดจะผ่านไป ตลอดหลายร้อยปีในเทศกาลนี้ไม่เคยมีใครถูกฆ่าตายและหากไม่มองโลกในแง่ร้ายจะบอกว่าเทศกาลปัสกาช่วงหลังกลายเป็นงานรื่นเริงไปแล้วก็ได้
เมื่อเสียงกินราวกับงานเลี้ยงชั้นสูงเงียบลงแวมไพร์ที่งดงามก็จากไป ลอยเคลื่อนห่างสู่ท้ายหมู่บ้านและลับหายไปในป่าใหญ่
เทศกาลเฉลิมฉลองเริ่มขึ้นเมื่อนั้น เสียงโห่ร้องเฮฮาดังลั่น ตะเกียงถูกจุดขึ้นในบ้านทุกหลัง ขวดเหล้าถูกเปิดฉลองอย่างครึกครื้นท่ามกลางเสียงร้องเพลงและดนตรีเต้นรำ
ไม่นานมาเกียหลายคนก็เริ่มเมามาย ทันทีกับที่มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นก่อนที่ดีเร็คพ่อมดนักผสมเหล้าจะเปิดประตูเข้ามา เช็ดเลือดสัตว์ป่าที่ติดมากับรองเท้ายนพรมหน้าธรณีประตู ในมือถือถาดค็อเทลสูตรใหม่ที่มีสีแดงข้นสะดุดตา
“ค็อคเทลสีเลือดเช่นนั้นหรือ เข้ากับบรรยากาศดีเหลือเกิน ฮ่าๆๆ”  พ่อมดคนหนึ่งที่เห็นตะโกนและขว้างขวดเหล้าลงพื้นอย่างคึกคะนอง
ดีเร็คพ่อมดเจ้าของดวงตาสีชมพูสดราวทับทิมเดินแจกค็อคเทลไปรอบๆ ห้อง “มาฉลองปัสกากันเถิดเพื่อนรัก! ซดค็อคเทลของข้าแล้วตั้งชื่อให้กับมัน บางทีความเมามายอาจทำให้เต็มไปด้วยจินตนาการก็ได้”
เมื่อดีเร็คแจกเวียนมาถึงเฟรเดอริค แทนที่จะแจกแก้วเดียวเขากลับยื่นให้ถึงสามแก้วอย่างเต็มใจ
“สามแก้วแทนพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณเฉพาะสำหรับพ่อมดแห่งตระกูลลาเมนเทียเท่านั้น” ดวงตาสีแดงอมชมพูโชนประกายของดีเร็คขยิบให้เพื่อนรัก เฟรเดอริคส่ายหน้าพร้อมยิ้มเรียบบาง ก่อนจะรับค็อกเทลมาดื่มรวดเดียวหมดแก้วแรก
“ท่านดื่มราวกับไม่เกรงกลัวสีราวกับเลือดแดงฉานของมัน” ดีเร็คสังเกตและเอ่ยชม
“บางทีข้าอาจหวาดกลัวสิ่งลึกลับน้อยเกินไป” เฟรเดอริคเอ่ยราวกับโทษตัวเอง
“ไม่เลยเพื่อนข้า” ดีเร็ควางมือเหนือไหล่เพื่อน “เพราะด้วยใจที่มุ่งมั่นอีกทั้งความเชื่อในความดีและความหวังของท่านความหวาดกลัวถึงถูกปัดเป่าหมดไป ข้ารู้สึกถึงสิ่งนั้นได้”
“ท่านต่างหากที่เป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนสีแดงฉานนี้ให้เป็นค็อคเทลที่สง่างามได้อย่างไร” อีกฝ่ายตอบกลับ
“นั่นสินะ ไม่ว่าข้า ท่านหรือใครในบาลเธียก็ล้วนแต่ต้องทำแบบนี้ เปลี่ยนความมืดและลี้ลับให้กลายเป็นสิ่งสวยงามให้ได้ และเราไม่เคยลืมว่าท่านตั้งใจทำเช่นนั้นทุกวันเพื่อบาลเธียอย่างเสียสละเพียงใด”
“ท่านควรหยุดพูดและดื่มบ้างในคืนแห่งความยินดีอย่างปัสกา ชีวิตของพ่อมดเราไม่ได้ยืนยาวสักเท่าไหร่” เฟรเดอริคยื่นแก้วให้ดีเร็ค ทว่าอีกฝ่ายส่ายหน้าและเดินหนีไปแจกค็อคเทลให้พี่น้องมาเกียท่านอื่นต่อแล้ว
เมื่อดีเร็คห่างออกไปเฟรเดอริคลากสายตากลับมาที่น้ำสีแดงฉานในแก้วของตัวเอง บางสิ่งทำให้ดวงตาสีอะเมทิสเหม่อมองสีเลือดในแก้วราวได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างเรียกเอาไว้
“อะไรกัน ไม่มีใครตั้งชื่อให้ค็อคเทลสุดวิเศษของข้าที่ทำขึ้นเพื่อปัสกานี้เลยหรือ? ” ดีเร็คท้วงถามลั่นห้อง
 “บลัดดี้แมรี่!”  พ่อมดเมาคนหนึ่งตะโกนมอบชื่อแก่ค็อคเทลนั้น
ในทันทีทุกคนหน้าซีดเผือดและนิ่งราวถูกสาป ก่อนที่อีกเสี้ยวลมหายใจแทบทุกคนจะรุมเข้าตะครุบพ่อมดคนนั้นเพื่ออุดปาก!
“ชู่ว!
“บ้าไปแล้วหรือ? อยากตายหรืออย่างไรกัน!?” ทุกคนตำหนิพ่อมดเมาอย่างหวาดผวา
“อย่าเรียกดัง เรียกเบาๆ ก็ไม่ได้!”  แม่มดอีกคนหนึ่งเอ็ดใส่ด้วยเสียงกระซิบแทนที่จะเป็นเสียงดัง และนั่นก็เพราะเรื่องราวที่ถูกพูดถึงนั้นเป็นเรื่องต้องห้าม
ทว่าความไร้เดียงสาทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งถามขึ้นจนได้ “บลัดดี้แมรี่เป็นใครคะ”
นักเวทย์ผู้ใหญ่ถอนลมหายใจ ส่ายหน้ายอมแพ้ดวงตาเป็นประกายที่รอฟังราวกับวิงวอน
แล้วมาเกียทั้งห้องก็ได้ฟังเทพนิยายที่ละเลงด้วยสีแดงยิ่งกว่าเรื่องใดๆ นั้นอีกครั้ง เทพนิยายอันจะกลายเป็นฉากใหม่ในชีวิตของเฟรเดอริคในค่ำคืนนี้ และเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งตลอดไป


Zixga น่าติดตามมากก
maginis เอ๋~เข้าใจเล่นนะคะ ใช้ตำนานมาเป็นส่วนประกอบของเรื่อง ขอชมจากใจค่าว่าเยี่ยมอ่ะ
วรรมณี รักเรื่องนี้และไรท์ค่ะ ^^
Sugar สนุกค่ะ อัพต่อๆๆๆ
pineapple สนุกค่ะ  อัพพพต่ออๆๆๆๆๆๆ


อย่าลืมนะคะ พิเศษสุดสำหรับรีดเดอร์ที่ต้องการสะสมเล่มกระดาษของนิยาย Daydream ทางเราได้จัดพิมพ์ทุกเล่มด้วยกระดาษถนอมสายตาอย่างดีและปกกระดาษอาร์ตให้รีดเดอร์ในราคาสุดคุ้ม สนใจกรุณา:

-โอนเงินค่าหนังสือพร้อมบวกค่าขนส่งเพิ่ม 30 บาทจากราคาหนังสือ (ซื้อ 2 เล่มหรือมากกว่าคิดค่าจัดส่งแค่เล่มเดียวค่ะ) มาที่บัญชีออมทรัพย์ ธ.ไทยพาณิชย์สาขาบิ๊กซีหางดง 2 หมายเลขบัญชี 406-387614-3 เอื้องอลิน จึงสกุลรุจิเรข

-ส่งหลักฐานการโอนเงิน (เช่นสลิปหรือแคปหน้าจอในกรณีโอนออนไลน์) พร้อมชื่อที่อยู่และเบอร์โทรสำหรับติดต่อจัดส่งมาที่ Inbox ของ www.facebook.com/welovefictionclubหรือ Line Id. Ung-alin หรืออีเมลล์:alacampanella@yahoo.com

-กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้จนกว่าจะได้รับข้อความยืนยัน

-หลังจากนั้นจะส่งหนังสือไปให้อ่านที่บ้านนะคะ 

รักที่สุดค่ะ